Skip to content

Identity & Access

Opstella รวมศูนย์การยืนยันตัวตนของทั้งแพลตฟอร์มด้วย Single Sign-On ที่ขับเคลื่อนโดย Keycloak บัญชีเดียว บริหารจากที่เดียว ใช้เข้าสู่พอร์ทัล Opstella และทุกเครื่องมือที่ผสานไว้ — GitLab, Grafana, ArgoCD, Harbor, SonarQube และอื่น ๆ — โดยการควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท (RBAC) เป็นตัวกำหนดว่าแต่ละคนเห็นและทำอะไรได้บ้าง

สถาปัตยกรรม Opstella Identity and Accessสถาปัตยกรรม Opstella Identity and Access

สร้างบน Keycloak

Opstella จัดเตรียม deploy และดูแล Keycloak ในฐานะ Identity Provider ของแพลตฟอร์ม ผสานกับเครื่องมือ DevSecOps ทุกตัวผ่าน OpenID Connect — การยืนยันตัวตนและการกำหนดสิทธิ์จึงทำงานสม่ำเสมอทั่วทั้งแพลตฟอร์มตั้งแต่วันแรก

ความสามารถหลัก

Single Sign-On ครอบคลุมทุกเครื่องมือ

ผู้ใช้ยืนยันตัวตน ครั้งเดียว แล้วใช้งานข้ามพอร์ทัล Opstella และทุกเครื่องมือโดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่านซ้ำ Session ถูกบริหารรวมศูนย์: การ Sign Out, การปิดบัญชี หรือการเพิกถอน Session มีผลทุกระบบพร้อมกัน — ไม่มีบัญชีรายเครื่องมือหลงเหลือเมื่อมีคนเปลี่ยนบทบาทหรือพ้นหน้าที่

บริหารผู้ใช้ผ่านหน้าเว็บ

ผู้ดูแลระบบ สร้าง แก้ไข และลบบัญชีผู้ใช้ได้ทั้งหมดผ่านหน้าเว็บ โดยกำหนดข้อมูลอย่างน้อยคือ Username และ Password ของแต่ละผู้ใช้ นโยบายรหัสผ่าน — ความยาว ความซับซ้อน อายุ และการห้ามใช้ซ้ำ — ถูกบังคับใช้จากส่วนกลาง และกำหนดให้บทบาทสำคัญต้องใช้รหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) เพิ่มได้

การควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท (RBAC)

สิทธิ์เป็นไปตาม บทบาท ไม่ใช่ตัวบุคคล Opstella มีระดับบทบาทตั้งแต่ผู้ดูแลระบบเต็มรูปแบบจนถึงผู้ใช้แบบอ่านอย่างเดียว (ดู Role and Permissions) แต่ละบทบาทผูกกับสิทธิ์ที่เจาะจงข้าม Platform, Service, Environment และเครื่องมือ — นักพัฒนา deploy ไป Non-Production ได้ ขณะที่เฉพาะทีมปฏิบัติการเท่านั้นที่แตะ Production

บันทึกเหตุการณ์การเข้าสู่ระบบ

ทุกเหตุการณ์การยืนยันตัวตนถูกบันทึก: วันเวลาที่ Sign In และ Sign Out, หมายเลข IP Address ของผู้ใช้ และ Browser หรือ Client ที่ใช้เข้าระบบ — รวมถึงการ Login ที่ล้มเหลว การเปลี่ยนรหัสผ่าน และการกระทำของผู้ดูแลระบบต่อบัญชี เหตุการณ์เหล่านี้ดูและค้นหาได้ในหน้าคอนโซลผู้ดูแลระบบ ส่งออกได้ และส่งต่อเข้าสู่ระบบ Logging รวมศูนย์ของแพลตฟอร์มเพื่อเก็บระยะยาวแบบตรวจสอบได้ (ดู Observability)

เชื่อมต่อ Directory ขององค์กร

ตัวตนที่องค์กรมีอยู่เชื่อมเข้าผ่าน LDAP / Active Directory Federation หรือ SAML ผู้ใช้จึงใช้บัญชีองค์กรเดิมได้ ขณะที่ Opstella บังคับใช้บทบาทของแพลตฟอร์ม — การรับพนักงานใหม่เข้าทีมกลายเป็นการกำหนดกลุ่มใน Directory ครั้งเดียว แทนการขอบัญชีทีละเครื่องมือ

มาตรฐานและการปฏิบัติตามข้อกำหนด

ด้านข้อกำหนดOpstella Identity & Access ตอบโจทย์อย่างไร
บริหารผู้ใช้สร้าง แก้ไข ลบผู้ใช้ผ่าน Web UI; กำหนดอย่างน้อย Username/Password
การควบคุมการเข้าถึงRBAC ที่มีระดับบทบาทผู้ดูแลระบบ (Administrator) และผู้ใช้งาน (User) ครอบคลุมทุกเครื่องมือ
มาตรฐานการยืนยันตัวตนOpenID Connect และ SAML 2.0; รองรับ OTP; นโยบายรหัสผ่านจากส่วนกลาง
Audit การเข้าระบบบันทึกวันเวลา Sign In/Out, IP Address และ Browser ทุกเหตุการณ์; ค้นหาและส่งออกได้
การจัดการ Sessionเพิกถอน Session จากส่วนกลาง; การเปลี่ยนแปลงบัญชีมีผลทั้งแพลตฟอร์มทันที
Federationเชื่อม LDAP / Active Directory และ SAML กับ Directory ที่องค์กรมีอยู่

INFO

โมเดลบทบาท นโยบายรหัสผ่าน และระยะเวลาเก็บเหตุการณ์ ตั้งค่าได้ตอนติดตั้งให้ตรงกับมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กรคุณ

We build Enterprise Platform Engineering to digitalized transform your organization into a DevSecOps culture.